6 วิธีสังเกตหนังแท้ VS หนังเทียม

ในปัจจุบันการเลือกซื้อกระเป๋าหนังแท้กับกระเป๋าหนังเทียม(หนังสังเคราะห์) เป็นปัญหาที่เรียกว่า เจอบ่อยมากไม่ว่าจะเป็นกระทู้ใน pantip หรือจะเป็นตาม facebook มักจะมีคำถามเหล่านี้ขึ้นมาเสมอ เพราะว่าการที่จะดูว่ากระเป๋าเป็นหนังชนิดไหนนั้นเป็นเรื่องสำคัญเลยทีเดียว เพราะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อกระเป๋าใบนั้นได้

วิธีดูหนังแท้
วิธีการดูนั้นก็มีหลากหลายมากแต่เราจะบอกวิธีง่าย ๆ ซึ่งหากคุณอ่านบทความที่เขียนต่อไปนี้จะได้รับความรู้และสามารถแยกแยะได้แน่นอนว่า เครื่องหนังที่คุณกำลังสนใจ ไมว่าจะเป็น กระเป๋าหนัง, สายนาฬิกาหนัง, ร้องเท้าหนัง, เข็มขัดหนัง, เสื้อหนัง ผลิตจากหนังแท้จริงหรือไม่? บทความนี้จะให้คำตอบคุณ

“ดูหนังแท้เป็นไหม?” บอกได้เลยว่าคนใช้กระเป๋าร้อยละ 90% เจอคำถามนี้แน่นอน คือถามว่าดูเป็นหรือเปล่า อันนี้มันก็แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนด้วยว่าที่ผ่านมาซื้อกระเป๋ามากี่ใบแล้ว หลายคนอาจไม่แน่ใจว่ากระเป๋าที่ซื้อมาจากร้านทำมาจากหนังสัตว์หรือหนังเทียมที่ได้จาการสังเคราะห์ขึ้นมา

เพราะเกือบทุกร้านที่ขายเครื่องหนังก็บอกเหมือนกันว่าหนังวัวแท้, หนังจระเข้แท้, หนังแกะนะ ที่สามารถทำราคาถูกเพราะมีโรงงานผลิตเอง หรือบางทีก็บอกว่าเป็นของโล๊ะสต๊อคทำให้ขายได้ในราคาถูก

สารพัดวิธีที่ทางร้านพูดเพื่อจูงใจคนซื้อ

โดยทางร้านจะพยายามพูดว่าสินค้าของตัวเองเป็นหนังที่มาจากหนังสัตว์แท้ ไม่ใช่หนังสังเคราะห์ ซึ่งวิธีการดูว่าเป็นหนังชนิดใดนั้น ต้องเรียกได้ว่าต้องเป็นผู้ที่คลุกคลีอยู่กับเครื่องหนังจริง ๆ จึงจะสามารถตรวจสอบได้แน่ชัด

ต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่มีใครบอกตรง ๆ ว่า สินค้าที่ตัวเองขายเป็นหนังสังเคราะห์ เพราะสมัยนี้มีหนัง microfiber นำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งทำออกได้เหมือนกับกระเป๋าหนังแท้มาก ทั้งลวดลายและสี เรียกได้ว่าช่างทำเครื่องหนังยังพลาดได้ แต่คุณไม่ต้องไปกังวลมากมายจนไม่กล้าซื้อกระเป๋าเลยสักใบ เพราะเรามีวิธีดูง่าย ๆ ที่คุณเองก็ทำได้

หนังแท้คือ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักก่อนว่าหนังแท้คืออะไร หนังชนิดนี้เป็นคำเรียกรวมของหนังที่ฟอกมาจากหนังสัตว์แล้วนำมาผลิตเป็นเครื่องหนังหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า, เข็มขัด, รองเท้า, โซฟา, เสื้อผ้า, เบาะรถยนต์

หนังแท้มีกี่ประเภท

โดยปรกติแล้วหนังที่นิยมนำมาผลิตเป็นกระเป๋าหนังในประเทศไทยมักจะใช้หนังอยู่เพียงไม่กี่ชนิด โดยแบ่งเป็นเภทได้ตามนี้

  • Full Grain หนังชนิดนี้จะเป็นหนังชั้นบนสุดที่ไม่มีการเจียรผิวหรือขัดลวดลายออกเลย
  • Top Grain หนังชนิดนี้เป็นหนังชั้นบนที่ผ่านการขัดเอาตำหนิออกทำให้ได้หนังที่นิ่มแต่ลายของหนังจะหายไปบ้าง
  • Suede หรือบางคนเรียกหนังกลับ เป็นหนังที่โดนขัดผิวจากหนังชั้นบนออกมาโดยใช้เครื่องจักรแล้วขัดให้ขึ้นขนนิ่ม ๆ

กระเป๋าหนังแท้ดูยังไง

หลายคนก่อนที่จะซื้อกระเป๋าใบใหม่มักจะมีคำถามกันใน internet ไม่ว่าจะเป็นใน pantip หรือใน facebook, IG ก็มักจะเจอคำถามที่ว่ากระเป๋าหนังแท้ดูยังไง การแยกประเภทของหนังที่นำมาทำกระเป๋านั้นต้องใช้เวลาและประสบการณ์พอสมควร

เพราะมีหลายปัจจัยในการพิจารณาเนื่องจากปัจจุบันนี้มีหนังเทียมหลายชนิดถูกนำเข้ามาในเมืองไทยและมีการพัฒนาขึ้นอย่างมากทำให้แยกแยะได้ลำบาก แต่วันนี้เราจะมาบอกวิธีการดูหนังเบื้องต้นแบบง่าย ๆ ที่เขียนจากประสบการณ์ตรงในการทำกระเป๋ามามากกว่า 30 ปี

อ่านจบแล้วนึกภาพตามแล้วคุณจะสามารถบอกได้ว่า กระเป๋าที่คุณมีอยู่ คือหนังประเภทไหนกันแน่ เพราะวิธีการที่เขียนมานั้นเป็นเทคนิคที่คนทำเครื่องหนังใช้กันไม่ต่างไปจากนี้แน่นอน

1.  หนังแท้จะมีลายละเอียดหนังที่ไม่ซ้ำกัน

หนังที่ฟอกจากหนังสัตว์ธรรมชาติ ต่างจากหนังสำเร็จรูป หนัง PU, หนัง PVC, microfiber โดยหนังแท้จะมีรายละเอียดที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละจุด มีรอยยับ, รอยย่น, รอยแผลเป็นมีขนาดที่ไม่เท่ากันเลยในแต่ละฝืน

เพราะในธรรมชาติแล้วสัตว์แต่ละตัวย่อมมีขนาดไม่เท่ากันอยู่แล้ว เรียกได้ว่าหนังหากไม่มีตำหนิไม่มีจุดไม่มีรอยยับรอยย่น คงจะแปลกประหลาดอยู่บ้าง เนื่องด้วยหนังสัตว์ประกอบด้วยชั้นหนังที่เหมือนกับของคน ดังนั้นคุณลองมองง่าย ๆ ผิวหนังบนแขนคุณมีลายที่ไม่เหมือนกันเลยใช่ไหม วิธีการดูรอยบนหนังสัตว์ก็หลักการเดียวกัน

หนังที่นิยมใช้ผลิตกระเป๋าในเมืองไทย ทำมาจากสัตว์หลายชนิด

  • หนังวัว
  • หนังแกะ
  • หนังจระเข้
  • หนังควาย
  • หนังม้า
  • หนังปลากระเบน
  • หนังนกกระจอกเทศ

ส่วนมากที่เห็นตามท้องตลาดมักจะเป็นหนังที่ผลิตจากวัว  เพราะว่าวัวเป็นสัตว์เศรษฐกิจของโลก แม้ในบางประเทศอาจจะไม่นิยมกินเนื้อวัว แต่ในบางประเทศเนื้อวัวถือเป็นอาหารชั้นเลิศ

ดังนั้นจึงเกิดอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากหนังวัวมากที่สุด เนื่องจากพอมีการบริโภคเนื้อวัวเยอะ ทำให้ราคาของหนังวัวถูกกว่าหนังชนิดอื่น เพราะมีจำนวนเยอะนั้นเอง

หนังที่ฟอกโดยโรงฟอกที่ได้มาตรฐาน จะทำสีหนังด้วยการพ่นสีหรือการย้อมเป็นหลัก การพ่นสีจะทำให้หนังออกมาสีเหมือนกันเกือบทุกแผ่นแต่หากใช้วิธีย้อมหนังแต่ละแผ่นสีอาจจะมีแตกต่างกันบ้าง

ตัวอย่างเช่น หนังวัวแท้ ที่ขายกันทั่วไป เช่น หนังนิ่ม, หนังออย, หนังนูบัค, หนังฟอกฝาด เราจะสังเกตุได้ว่ามีรอยยับ, รอยย่น ซึ่งทำให้ผิวเม็ดของหนังไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละจุด ซึ่งจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติ

หนังเทียมจะมีลักษณะที่ตรงข้ามกับหนังสัตว์ ในเรื่องของรอยยับและรายละเอียด โดยจะมีลายเหมือนกันในทุกจุดไม่ว่าจะเป็น หนังประเภท Pu, Pvcหรือmicrofiber เนื่องจากผลิตมาจากการสังเคราะห์ด้วยสารเคมี

โดยจุดอ่อนของหนังสังเคราะห์จำพวกนี้คือความร้อน เพราะส่วนประกอบหลักผลิตมาจากพลาสติกและน้ำมัน ดังนั้นเมื่อเจอกับความร้อนที่สูงมาก ๆ จะทำให้เกิดการแตกตัวของชั้นผิวอย่างเห็นได้ชัด

ผิดกับหนังสัตว์ที่ผ่านการฟอกและกระบวนการทางเคมีอย่างจะสามารถทนความร้อนได้สูง เมื่อทนความร้อนได้สูงทำให้สามารถใช้บล๊อคปั๊ม logo ลงไปในตัวชิ้นงานได้ ด้วยการใช้ความร้อนช่วยดังนั้นคุณจึงมองง่าย ๆ เลยว่าหากมีการปั๊ม logo ลงบนตัวกระเป๋าเป็นไปได้สูงว่า กระเป๋าใบนี้เป็นหนังที่ผลิตจากหนังสัตว์  

3. หนังสัตว์มักจะคืนตัวยาก

หนังที่ฟอกจากสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น หนังวัว, หนังแกะ, หนังควาย, ก็เหมือนกับหนังของคน มีย่นมีรอยได้เสมอ หากมีการงอหรือหักพับนาน ๆ ก็ยอมเกิดรอยได้ง่าย

คนที่ใช้กระเป๋าบ่อย ๆ จะสังเกตุได้ว่าตรงไหนที่เป็นรอยพับของกระเป๋าจะมีรอยที่ชัดเจนมาก แต่ตัวกระเป๋าจะไม่มีการแตกหรือลอกออกมาให้เห็นหากในกรณีที่มีการหักหรือพับงอจะใช้เวลานานมากกว่าจะคืนตัว

ในส่วนของโรงงานผู้ผลิตจะรู้ดีว่า การเก็บรักษาหนังนั้นก็เป็นส่วนสำคัญเพราะหากเก็บอย่างผิดวิธีจะทำให้หนังมีรอยยับ, รอยย่น ซึ่งทำให้ขายไม่ได้ราคา

ตามร้านขายหนังฟอกสำเร็จ เช่นเสือป่า, เจริญรัถ ซึ่งเป็นแหล่งรวมอุปกรณ์ทำกระเป๋า มองไปจะเห็นเลยว่าทุกร้านขายหนังจะมีวิธีการเก็บหนังที่คล้ายกัน คือ

  • จะม้วนเป็นก้อนกลม ๆ แล้ววางไว้ตามชั้น
  • แขวนไว้ปล่อยทิ้งตัวแบบธรรมชาติ

เพราะหนังเทียมเป็นสิ่งที่ผลิตและสังเคราะห์มาจากสารเคมี จึงมีความยืดหยุ่นสูงหากเกิดการหักหรือพับของกระเป๋า จะกลับมามีสภาพเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้เพราะโครงสร้างที่ออกแบบทำออกมาให้ดูสวยงามและคืนตัวได้เร็ว แต่ข้อเสียคือหากมีการหักหรืองอ เป็นระเวลานานจะเกิดการลอก การเปื่อยให้เห็นกันอยู่ประจำ

หนังวัวที่มีการพับมามีรอยย่น จะให้รอยหายต้องใช้เวลาในการคืนตัว

หนังที่เก็บรักษาไม่ดี จะมีรอยยับแน่นอนแล้วจะใช้เวลาคืนตัวนานมาก แต่เทคนิคที่ใช้ในการคืนตัวก็ง่าย ๆ คือการแขวนและปล่อยให้หนังทิ้งตัวตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการคืนตัวของรอยยับนานกว่า 10 วัน

4. ใช้ความร้อนจากไฟเผา

ในกรณีที่อยากจะรู้จริง ๆ ว่าหนังสัตว์แท้หรือปลอม แต่อาจต้องแลกกับความเสียหายของกระเป๋าแต่หากจะให้แน่ใจ แนะนำว่าลองหาเศษหนังมาลองเผาดูก่อนเพื่อเป็นการทดสอบ หากเป็นหนังสัตว์แท้จะทนไฟในระดับหนึ่ง พอโดนความร้อนมาก ๆ ตัวหนังจะหงิกและมีกลิ่นหนังสัตว์ไหม้ หากเป็นหนังสังเคราะห์จะละลาย และมีกลิ่นของสารเคมี ซึ่งเหม็นมาก

5. เปรียบเทียบราคากระเป๋า

ต้นทุนของการทำกระเป๋าหนังสัตว์นั้นจะสูงกว่าต้นทุนของการทำกระเป๋าหนังสังเคราะห์มาก เรียกได้ว่า ขนาดของชิ้นงานเท่า ๆ กันราคาของหนังที่ทำจากสัตว์จะแพงกว่าหนังเทียมเกือบ 3 เท่าตัวหรือถ้าหนังเกรดแพงมาก ๆ ราคาอาจจะแตกต่างกันมากกว่านี้ เมื่อพิจาณาเรื่องราคาแล้ว

6. ซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้และการันตีว่า เป็นกระเป๋าที่ผลิตจากหนังสัตว์

สมัยก่อนจะมีเทคนิคที่เรียกว่า ผสมหนังเทียมไปกับหนังวัว ซึ่งตรงนี้เป็นเทคนิคที่ทำให้โรงงานทำกระเป๋าบางแห่งร่ำรวยขึ้นมาในแค่เวลาไม่กี่เดือน

เนื่องจากมีการแอบเนียนเอาหนังเทียม ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับหนังวัวไปใส่ในบางชิ้นส่วนของกระเป๋า ซึ่งตรงนี้มีผลทำให้ต้นทุนของกระเป๋าลดลงอย่างมาก